Special

ปรีดิ์เปรม

posted on 01 Nov 2010 15:29 by downtiem in Special
ยินดีปรีดา
 
            นับถึงวันนี้  1  พฤศจิกายน  2553   เวลา  15.25 น.  มีบุคคลเข้าเยี่ยมชม    Blog downtiem   จำนวน  26,573  คน   ดีใจที่ทุก ๆ ท่านให้ความสนใจ.....  และขอบคุณทุกท่านที่ห่วงใยซึ่งกันและกัน..... ร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือสังคม ... ขอสัญญาจะพยายามทำและพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ   และเมื่อเช็คดู สถิติคนเข้าเยี่ยมชม ในเวลา  15.40 น. จำนวนเพิ่มเป็น  26,587 คน  ในระยะเวลา  25 นาที  จำนวนคนเข้าเยี่ยมชมเพิ่มขึ้น  14  คน  คิดเฉลี่ย 2 นาที มีคนเข้าเยี่ยมชม 1 คน ระยะเวลาล่วงเลยมาในวันที่ 26  สิงหาคม  2556  มีคนเข้าเยี่ยมชม Blog จำนวน เกือบแสนคน  คือ   99,262  คน  จนถึงปัจจุบันมีคนเข้าชม 105,433  คน
            รายละเอียดการบันทึกคนเข้าเยี่ยมชม blog
                         1  พ.ย.  53     15.25     26,573  คน
                                                15.40     26,587  คน
                         2  พ.ย.  53     16.45     26,701  คน
                         3  พ.ย.  53     16.50     26,850  คน
                      24   พ.ย.  53     11.00     28,112  คน
                      26   ธ.ค.  53      09.00     30,179  คน
                      25   ก.ค.  54     13.30     45,626  คน
                      26   ก.ค.  54     09.00     45,801  คน
                         5  ม.ค.  55     11.00     59,928  คน
                      18   ม.ค.  55     14.30     60,888  คน
                         4  มี.ค.  55     15.30     64,799  คน
                      11   มิ.ย.  55     15.40     70,140  คน
                      14   มิ.ย.  55     09.50     70,540  คน
                      27   มิ.ย.  55     13.20     71,764  คน
                      10   ก.ค.  55     09.00     72,898  คน
                      16   ส.ค.  55     08.55     75,357  คน
                      23   พ.ย.  55     15.00     82,774  คน
                      11   ก.ค.  56     10.00     96,727  คน
                      26   ส.ค.  56     13.00     99,262  คน
                      26   เม.ย  57     11.00   103,488  คน
                        8   ก.ย.  57     12.00   104,800  คน
                      30   ก.ย.  57     16.00   105,306  คน
                      17   พ.ย.  57     10.00   105,430  คน
 คำขอด 

edit @ 1 Nov 2010 15:45:45 by คำขอด

edit @ 1 Nov 2010 15:51:45 by คำขอด

edit @ 2 Nov 2010 16:58:06 by คำขอด

edit @ 3 Nov 2010 17:30:49 by คำขอด

edit @ 24 Nov 2010 10:56:14 by คำขอด

edit @ 28 Dec 2010 09:27:30 by คำขอด

edit @ 26 Jul 2011 09:05:33 by คำขอด

edit @ 5 Jan 2012 11:05:49 by คำขอด

edit @ 18 Jan 2012 15:05:05 by คำขอด

edit @ 4 Mar 2012 18:22:57 by คำขอด

edit @ 11 Jun 2012 15:44:31 by คำขอด

edit @ 15 Jun 2012 09:47:47 by คำขอด

edit @ 27 Jun 2012 12:37:53 by คำขอด

edit @ 10 Jul 2012 08:57:11 by คำขอด

edit @ 15 Aug 2012 09:26:15 by คำขอด

edit @ 23 Nov 2012 15:16:33 by คำขอด

edit @ 11 Jul 2013 08:49:41 by คำขอด

edit @ 26 Aug 2013 14:26:01 by คำขอด

edit @ 26 Apr 2014 12:06:59 by คำขอด

edit @ 8 Sep 2014 12:29:41 by คำขอด

edit @ 29 Sep 2014 16:02:32 by คำขอด

edit @ 18 Nov 2014 09:54:32 by คำขอด

ครูการศึกษาพิเศษ

posted on 03 Sep 2010 16:47 by downtiem in Special

สวัสดีคะทุก ๆ ท่าน

             ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ให้ความสนใจ...ถามไถ่....แลกเปลี่ยน....ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ   หวังเป็นอย่างยิ่งว่า  Blog Downtiem  คงมีประโยชน์สำหรับท่านไม่มากก็น้อยนะคะ.... ปัจจุบันผู้เข้าชม สองหมื่นกว่าแล้วดีใจมาก คะ 

คำขอด

edit @ 1 Nov 2010 15:55:12 by คำขอด

edit @ 5 Jan 2012 11:08:44 by คำขอด

"เด็กพิเศษ" หรือเรียกเต็มๆ ว่า "เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ" หรือปัจจุบันอาจเรียกว่า "เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ"  คือกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถพัฒนาความสามารถได้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ได้ด้วยวิธีการปกติตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูตามปกติ หรือการเรียนการสอนตามปกติทั่วไป เนื่องจากข้อจำกัดบางประการที่มีอยู่ในตัวเด็ก ทางด้านร่างกาย สติปัญญา พฤติกรรม อารมณ์ หรือสัมพันธภาพทางสังคม   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิธีการพิเศษ เพิ่มเติมจากการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก เพื่อช่วยให้เด็กมีศักยภาพเต็มตามที่มีอยู่ได้  มีหลายมุมมองทางความคิดเกี่ยวกับแนวทางการดูแลเด็กพิเศษ ซึ่งไม่มีข้อผิดหรือถูก เพียงแต่ต้องมีการทบทวนความคิดอย่างเข้าใจ และพัฒนามุมมองของเราเองให้ถูกต้องตามที่เห็นว่าควรเป็น

แนวทางการดูแลเด็กพิเศษ : ไม่ว่าจะไปในทิศทางใดก็ตาม ถ้าเริ่มต้นจากการดูแลด้วยความรัก แล้วค่อยๆ พัฒนาด้วยความเข้าใจ ก็จะไปสู่จุดหมายปลายทางของการทำให้เด็กมีการพัฒนาเต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ได้ไม่ยาก    การดูแลด้วยความรัก ก็คือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนมีอยู่เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว แต่ที่นำมาเน้นย้ำ   เพราะเนื่องมาจากในความรักที่มีอยู่นั้น มักจะถูกบดบังด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความเบื่อหน่าย ความท้อแท้ และความรู้สึกอื่นๆ อีกมากมาย  ในบางช่วงเวลา    ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความรู้สึกต่างๆ ขึ้นมาได้ในการดูแล แต่จำเป็นต้องหาวิธีจัดการความรู้สึกต่างๆ อย่างเหมาะสมต่อไป  ให้ยึดหลัก   เด็กเป็นตัวตั้ง   ครอบครัวเป็นตัวหาร ผู้เชี่ยวชาญเป็นตัวช่วย    จุดหมายปลายทางเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง แต่ระหว่างทางที่ไปสู่จุดหมายนั้น มีสิ่งสวยงามให้ชื่นชมมากมาย พัฒนาการของเด็กพิเศษแต่ละขั้น ก็คือสิ่งสวยงามที่น่าชื่นชม การชื่นชมสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ คือ กำลังใจที่ดีที่สุด

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่เป็นเด็กกลุ่มพิเศษต้องได้เผชิญคือ ความรู้สึกที่ว่าลูกเป็นเด็กช่างเอาแต่ใจตัวเอง   ทำให้ผู้ปกครองต้องปวดหัวหรือเราทำอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือ จึงทำให้ลูกเป็นไปได้มากถึงขนาดนี้ และทำให้กังวลใจว่าแล้วต่อไปในอนาคตเมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่แบบไหน จะอยู่ในสังคมได้หรือไม่ และด้วยความรักและความตั้งใจดีที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูกเลยยิ่งทำให้พยายามเข้าไปสอดส่องดูแลลูกอย่างเข้มงวด เลยยิ่งแย่กันไปใหญ่ทั้งสองฝ่าย  ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูก   ผู้ปกครองหลายคนจึงไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรดีกับลูก      จึงจะเหมาะสม

 

การเจริญเติบโตของเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ   ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอีกประเด็นคือต้องให้เวลากับลูกและรับฟังเขาด้วยยอมรับใน ความคิดเห็นของเขา ให้เขาเห็นความสำคัญและบทบาทในตัวเขาบ้าง ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ มองพฤติกรรมของลูกในแง่บวกก็จะช่วยให้ลูกเกิดความเข้าใจ สามารถหาแนวทางช่วยเหลือได้อย่างมีความสุขและมีความเชื่อมั่นในตัวเองและทำให้ครอบครัวของคุณมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น

หากผู้ปกครองลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา  คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเข้าใจกับพฤติกรรมของลูก  รู้ว่าลูกต้องการอะไร ขอให้ผู้ปกครองใช้ความใจเย็น  อดทน หนักแน่นและตั้งมั่นในความรักและความห่วงใยที่มีต่อเขา ไม่ไปชวนทะเลาะและเกี้ยวกราด พยายามเปิดใจให้กว้าง รับรู้แนวคิดและความสามารถของเขาแล้วคุณก็จะได้รู้จักลูกได้ดีขึ้น   ผู้ปกครองควรพูดคุยกับลูก อย่าพยายามพูดบ่นไปทุกเรื่องไม่เข้มงวดจนเกินไปและใช้เหตุผลในการพิจารณา มีการผ่อนปรนบ้าง และไม่ควรหยุมหยิมเกินไปและถ้าเป็นไปได้ควรรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนลูกด้วย จะช่วยให้คุณแลกเปลี่ยนความเห็นและช่วยเหลือกันได้   อาจจะใช้วิธีจัดงานวันเกิดหรือไปร่วมงานของโรงเรียนที่จัดขึ้น เพื่อจะได้พบปะกันบ้าง และในหลายต่อหลายครั้งอาจช่วยดูแลลูกและเพื่อนเป็นการช่วยกันทำให้สภาพแวดล้อมของลูกปลอดภัยสำหรับทุกคนได้

ข้อเสนอแนะในการเข้าใจลูก :

พัฒนาการต่าง ๆ ในตัวลูกมีผลมาจากพ่อแม่  เป็นคำกล่าวที่ผู้ปกครองทุกท่านต้องเก็บไปคิดทั้งนี้เพราะการพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูก คือการให้เขาได้เล่น และเมื่อเขาได้เล่น ได้ออกกำลังกายมาก ทำให้ จะช่วยส่งเสริมให้สมองของเด็กมีพัฒนาการทางสมองที่ดี และการเจริญเติบโตของร่างกายที่แข็งแรง สามารถจดจำและเรียนรู้ได้ดีด้วย ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นและได้ใช้พลังงานในตัวเด็ก   ไม่ควรให้เขาอยู่กับจอโทรทัศน์  ถ้าเราให้เขาอยู่กับจอโทรทัศน์มากๆ เขาก็จะกลายเป็นเด็กที่มีความก้าวร้าวสูง เกิดพฤติกรรมเลียนแบบต่างๆ จากสิ่งที่เห็น จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ควรดูแลเอาใจใส่และเข้าใจพฤติกรรมเด็ก  นั่นหมายความว่า พัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี ต้องเริ่มต้นจากพ่อแม่    และในการดูแลลูกที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษหรือเรียกอีกอย่างว่าเด็กพิเศษ  มีข้อเสนอแนะในการสร้างความเข้าใจกับลูกเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ได้และเกิดความสัมพันธ์ในเชิงบวกดังนี้   ควรให้แรงจูงใจและการให้การเสริมแรง    ตลอดเวลา

 

ข้อแนะนำผู้ปกครอง  :

1. พ่อแม่ต้องมีความมั่นคงในอารมณ์ ลองสำรวจตัวเองว่า เคยแสดงอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมกับลูกหรือไม่ ต้องเข้าใจด้วยว่าลูกจะซึมซับพฤติกรรมและอารมณ์จากสิ่งที่เห็น ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความมั่นคงในอารมณ์ต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะโกรธหรือไม่พอใจต่อการกระทำของลูก ก็ต้องพยายามเตือนตัวเองตลอดเวลาให้ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้

2. พ่อแม่ต้องเข้าใจพื้นฐานอารมณ์ของลูก และเข้าใจลูก คุณรู้หรือเปล่าว่าลูกชอบอะไร พื้นฐานลักษณะนิสัยลูกเป็นอย่างไร เช่น ลูกชอบขีดเขียน ระบายสีเลอะเทอะบ้าน ในขณะที่คุณแม่มีนิสัยรักความสะอาดและมีระเบียบก็อาจจะห้ามไม่ให้ลูกเล่น ทั้งที่จริงแล้วถ้าเราเข้าใจลูก เราก็จะหาทางจัดการและแก้ไขปัญหาได้ เช่น จัดพื้นที่ให้ลูกได้วาดรูประบายสี ขีดเขียนได้เต็มที่ จากนั้นก็สอนให้เขารู้จักเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ก็เป็นการสร้างวินัยให้ลูกอีกต่างหาก

3.  ความรัก ความเอาใจใส่ สร้างเกราะคุ้มภัยให้ลูก ถึงแม้ว่าพัฒนาการวัยนี้คือการได้เล่นเพื่อเรียนรู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการของเล่นเท่านั้น เขายังต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่นจากพ่อแม่ด้วย

edit @ 25 Aug 2010 16:46:17 by คำขอด